ผม "แดง" นะครับ อ้อ ใช่ครับ นั่นแหละที่มาของ Mr.RedHair นั่นเอง เรามาแชร์โลกการลงทุนให้มันเข้าใจได้ง่ายขึ้นกันนะครับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ From Book แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ From Book แสดงบทความทั้งหมด




เงิน 4 ชีวิต  อีกมุมมองที่ว่า เงินนั้นมีชีวิตจิตใจ มีนิสัย มันเคลื่อนที่ได้ โดยแต่ละตัวจะมีบุคลิกที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็จะดี ถ้าเรารู้จักมันดีพอ เราจะได้จัดการได้ถูกต้อง แบ่งได้ตามนี้ครับ

B - Boss เงินเจ้านาย ซึ่งวิธีการดูก็คือ เป็นเงินที่เรายังต้องหา เพื่อให้ยังคงดำรงชีพอยู่ได้ ถ้าเราหยุดทำงาน เราก็จะมีปัญหาในชีวิตในแต่ละด้าน เราจึงต้องทำงานรับใช้มัน เลยเรียกมันว่า "เงินเจ้านาย"

E  - Executioner เงินเพชรฆาต ให้เดาเล่นๆกันน่าจะเดาออกครับ ว่าหมายถึงเงินประเภทไหน และทุกวันวิธีการใช้จ่ายของคนทั่วไปในไทย ก็สร้างเจ้าเงินประเภทนี้กันมาก มันก็คือเงินล่วงหน้าที่เราเอามาใช้ ถ้าเราไม่รับใช้มัน มันก็จะทำร้ายเรา จริงๆอาจจะเริ่มทำร้ายจิตใจ ตั้งแต่เริ่มมีเลยก็ว่าได้ครับ เช่น การกู้ยืม ซึ่งประเภทนี้ เรียกว่าเป็นลูกน้องที่น่ากลัวของเงินเจ้านายเลยก็ว่าได้ 

F - Friend เงินเพื่อนแท้ ด้วยลักษณะนิสัยที่คอยช่วยเหลือเราเมื่อจำเป็น เช่น ยามเราเจ็บป่วย ยามเราต้องการรางวัลชีวิต เงินเพื่อนแท้ก็จะหยิบยื่นมือมาช่วยเรา โดยไม่ทำร้ายเรา นั่นก็หมายถึงเงินออมทั้งหลาย ที่เราสามารถมาใช้ได้เมื่อจำเป็นครับ ซึ่งจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อ รายรับ มากกว่า รายจ่าย

S - Slave เงินทาสผู้รับใช้ ตามชื่อครับ เป็นเงินทาสที่พักดีต่อเรา เป็นเงินที่คอยทำงานให้เรา และคอยเรียกพรรคพวกเงินทาสมาให้ นั่นก็คือการที่เรารู้จักนำเงินไปลงทุน แม้ว่าเราจะหยุดทำงานแล้ว เงินพวกนี้ก็ยังต้องทำงาน โดยบ่นกับเราไม่ได้เลย ดีใช่มั้ยละครับ สำหรับกลุ่มสุดท้าย (แต่บางคนอาจจะโต้กลับว่า เงินที่ไปลงทุนช่วงนี้ไม่ค่อยจะภักดีเลยแหะ 55+ แม้จะเป็นเงินทาส แต่เราในฐานะเจ้านาย เราก็ควรใส่ใจ หรือวางแผนให้ดีด้วยนะครับ)

จะสังเกตเห็นว่า ก็ยังแบ่งเงินเป็น 2 ฝั่ง คือ B, E  และ F, S ซึ่งในมุมนี้ ผมมองว่าทุกคน ย้ำว่าทุกคนที่ต้องการเงินฝั่งขวานะครับ เพราะนั่นแปลว่าเราจัดการการเงิน และชีวิตเราได้ดีแล้ว ซึ่งก็คล้ายกับเงิน 4 ด้านครับ ที่ไม่จำเป็นที่เราต้องหลุดจากเงินเจ้านายก่อน ถึงจะมีเงินในด้านขวา เรายังสามารถค่อยๆสร้างทั้งหมดได้ครับ ในวันที่เรามีเงินเพื่อนแท้ และเงินทาสผู้รับใช้มากพอ เราก็จะไม่ต้องเพิ่งพิงเงินเจ้านาย และไม่ต้องโดนทำร้ายจากเงินเพชรฆาตด้วย





ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่ง จากหนังสือเล่มนี้ครับ "เงิน 4 ชีวิต" ซึ่งจริงๆแล้วในตัวเล่มยังมีเนื้อหา และความละเอียดอีกมากครับ เช่น กฎ 9/1 หรือ 3/1 ซึ่งขออนุญาตไม่เอามาสปอยนะครับ 55+ หากสนใจก็ลองหาซื้อมาอ่านได้ครับ







ขอให้มีเพื่อนแท้และเงินทาสเยอะๆกันนะครับ
Mr. RedHair


เงิน 4 ด้าน หนังสือเล่มแรกๆแนวๆนี้ที่อ่าน ซึ่งอ่านเมื่อนานมาแล้วนะครับ แต่ก็มีมุมหนึ่งที่ทำให้รู้จักมุมมองของการหาเงินมากขึ้น ซึ่งเนื้อหาหลักๆที่ได้มากล่าวถึงวิธีการที่จะได้เงินมา แบ่งได้ 4 ด้าน

E - Employee ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ยังเป็นตัวนี้นะครับ เรียกง่ายๆก็พนักงานกินเงินเดือนทั่วไป ยังต้องอาศัยการว่าจ้าง และรับเงิน เพื่อใช้ยังชีพ

S  - Self Employ ในจุดนี้หลายๆคนน่าจะเคยเป็นหรือเป็นอยู่ เช่นการเปิดร้านขายของ เปิดเพจขายของ ก็คือมีร้านเป็นของตัวเอง จัดการตัวเอง 

B - Business Owner คือเจ้าของธุรกิจ เริ่มเป็นธุรกิจที่ไม่ใช่แค่เราสั่งการแล้ว แต่อาจจะมีกรรมการ หรือตำแหน่งอีกหลายตำแหน่ง ที่มีอำนาจสั่งการมากยิ่งขึ้น

I - Investor นักลงทุน มองง่ายๆครับ ก็คือการที่เราร่วมหุ้นด้วยเงิน เพื่อให้เค้าเอาเงินไปสร้างเป็นธุรกิจ หรือบริหารต่อ หรือการซื้อหุ้น ซื้อกองทุน พันธบัตรต่างๆ

จะสังเกตว่า แบ่งเงินเป็น 2 ฝั่ง คือ E, S และ B, I ซึ่งนัยยะของการแบ่งข้างกล่าวไว้ว่า ข้างซ้ายยังคงต้องลงมือใช้แรงหาเงิน คือ ต้องเหนื่อยถึงได้เงินมา แต่ฝั่งขวา จะเป็นการใช้เงินในการทำงานมากกว่า อาจจะมีคำถามว่า แล้ว B ไม่ต้องหรือ นิยามจริงๆคือ เจ้าของต่อให้ไปเที่ยวนานๆ บริษัทก็ยังต้องอยู่ได้ ก็จะมีเหล่า E นี่แหละที่ทำงานให้ ซึ่งในมุมมองของผม จริงๆต่อให้ฝั่งขวาเอง เราก็ควรต้องลงมือ หรือหมั่นทบทวนบ้างนะครับ




อีกเรื่องคือ ไม่ว่าตอนนี้ส่วนใหญ่ของตัวเราจะอยู่ในด้านไหน แต่อย่าจำกัดตัวเองไว้นะครับ เพราะเราสามารถเป็นหลายๆด้านพร้อมๆกัน ส่วนใหญ่จะผลักดันให้ไปอยู่ฝั่งขวา เพราะหวังว่าจะสบาย ซึ่งก็อาจจะจริงครับ แต่หากเรามีงานที่รักและอยากจะทำ เราก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งงานนั้นๆนะครับ สังคมจะอยู่ได้ ก็ยังต้องอาศัพองค์ประกอบหลายด้านครับ (สนใจก็สามารถสั่งซื้อหนังสือกับผมได้นะครับ เอ้ยย!! พูดเล่น สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป แต่เล่มนี้ก็นานแล้วครับ ^^)



โชคดีวันนี้มีเงินหลายด้านนะครับ
Mr.RedHair